Certifications ensuring safety, quality, and compliance with global standards.
ฟอกฟันขาวแบบไหนดี ฟันขาวขึ้นจริงไหม ฟอกแล้วจัดฟันได้ไหม รวมคำถามที่พบบ่อย
รอยยิ้มที่มั่นใจมักเริ่มต้นจากฟันที่ดูสะอาดและสว่างกระจ่างใส แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่หลายคนติดการดื่มชา กาแฟ หรือชอบทานอาหารที่มีสีสันจัดจ้าน ปัญหาฟันเหลืองหรือมีคราบสะสมจึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การฟอกฟันขาวจึงเป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่นึกถึง อย่างไรก็ตามก่อนจะตัดสินใจฟอกฟัน มีเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ได้รับ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อให้รอยยิ้มใหม่ของคุณคงอยู่ได้นานที่สุด
ฟอกฟันขาวคืออะไร
การฟอกฟันขาว (Teeth Whitening) คือการเปลี่ยนเฉดสีฟันที่ดูหม่นหมองหรือมีคราบฝังลึกให้กลับมาดูสว่างขึ้น โดยหลักการทำงานจะใช้สารในกลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ทาที่บริเวณฟันหน้า สารตัวนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับคราบสีที่สะสมอยู่บนชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟัน ช่วยให้เม็ดสีที่หนาทึบแตกตัวออก ผลที่ได้คือฟันกลับมาดูขาวสะอาดอีกครั้ง
ฟอกฟันขาวช่วยให้ฟันขาวขึ้นจริงไหม
การทำหัตถการนี้ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ แต่ระดับความขาวที่ได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับต้นทุนสีฟันเดิมและสาเหตุของคราบเหลือง หากเป็นคราบที่เกิดจากอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่ มักตอบสนองต่อการฟอกได้ค่อนข้างดี ทั้งนี้การดูแลรักษาสุขอนามัยหลังทำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าความขาวนั้นจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน
ประเภทของการฟอกฟันขาว

ในปัจจุบันการทำให้ฟันขาวมีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณและความสะดวกของแต่ละคน โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลักได้ดังนี้
ฟอกฟันขาวที่คลินิก
การฟอกฟันขาวในคลินิกดูแลโดยทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ภายในคลินิก โดยทันตแพทย์จะใช้น้ำยาฟอกฟันร่วมกับการฉายแสงรูปแบบที่คลินิกเลือกใช้เพื่อกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟัน หลายคนสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสีฟันหลังทำเสร็จ แต่ระดับผลลัพธ์ยังขึ้นกับสีฟันตั้งต้นและการตอบสนองของฟันแต่ละบุคคล ขั้นตอนทั้งหมดมักใช้เวลาเพียง 45 ถึง 60 นาที และอาจมีอาการเสียวฟันชั่วคราวในบางราย ซึ่งทันตแพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลต่อเนื่อง
ชุดฟอกฟันขาวที่บ้าน
การฟอกฟันขาวที่บ้านเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการค่อย ๆ ปรับสีฟันตามแผนที่ทันตแพทย์กำหนด ขั้นตอนเริ่มจากการตรวจสุขภาพช่องปากและพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกเฉพาะบุคคล จากนั้นจะได้รับสารฟอกในความเข้มข้นที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานเอง ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามระยะเวลาและความถี่ที่แนะนำอย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์มักเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ข้อสำคัญคือวิธีนี้ไม่ใช่การเร่งให้ฟันขาวทันที แต่เน้นความสม่ำเสมอ หากมีอาการเสียวฟันหรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาทันตแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษา
เทคนิคฟอกฟันขาวที่ได้รับความนิยม
- การฟอกฟัน Pola Whitening นวัตกรรมฟอกสีฟันจากประเทศออสเตรเลียที่ได้รับความนิยมระดับโลก มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต (Potassium Nitrate) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยลดและป้องกันอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ
- การฟอกฟันแบบแสงเย็น (Cool Light) เป็นการใช้แสง LED ฉายลงบนฟันเพื่อกระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟัน แสงชนิดนี้มีความร้อนต่ำ ช่วยลดโอกาสการระคายเคืองและอาการเสียวฟันระหว่างทำได้ดี
- การฟอกฟันด้วยเลเซอร์ (Laser) เทคนิคนี้ใช้แสงเลเซอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงเพื่อกระตุ้นให้น้ำยาแตกตัวและซึมเข้าสู่ผิวฟันได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดเวลาและเน้นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- การฟอกฟันแบบ Zoom เทคนิคที่ใช้พลังงานแสงสีฟ้าเข้มข้น มีความสามารถในการกำจัดคราบสีในเนื้อฟันได้อย่างล้ำลึก โดยไม่ทำลายชั้นเคลือบฟัน
ราคาฟอกฟันขาวจะแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่เลือกใช้ และมาตรฐานของสถานพยาบาล จึงควรเข้ารับการประเมินจากทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะทั้งด้านความปลอดภัยและงบประมาณ
ใครบ้างที่เหมาะกับการฟอกฟันขาว

การฟอกสีฟันเป็นทางเลือกที่ช่วยยกระดับความมั่นใจได้ดี แต่ก็มีทั้งกลุ่มที่เหมาะสมและกลุ่มที่ควรระมัดระวังดังนี้
กลุ่มที่เหมาะสมกับการรับบริการ
- ผู้ที่ชอบดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมเป็นประจำจนเกิดคราบสะสม
- ผู้ที่สูบบุหรี่จนฟันมีคราบสีเหลืองหรือสีคล้ำชัดเจน
- คนทำงานที่ต้องใช้รอยยิ้มในการสื่อสาร เช่น พิธีกร พนักงานต้อนรับ หรือนักธุรกิจ
- ผู้ที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพให้ดูสะอาดและสดใสขึ้น
กลุ่มที่ควรเลี่ยงหรือปรึกษาทันตแพทย์ก่อน
- หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เนื่องจากโพรงประสาทฟันยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต
- ผู้ที่มีปัญหาเสียวฟันรุนแรง ฟันผุ หรือมีสภาวะโรคเหงือกอักเสบ (ควรได้รับการรักษาให้หายดีก่อนเริ่มฟอกสีฟัน)
ขั้นตอนการฟอกฟันขาว
ขั้นตอนการฟอกฟันขาวที่คลินิก
- การตรวจวินิจฉัยและวางแผน ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากและซักประวัติเกี่ยวกับอาการเสียวฟัน เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้น้ำยาและความเข้มข้นของแสง หากคุณมีอาการเสียวฟันง่ายควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพื่อการปรับแผนที่เหมาะสม
- การเทียบเฉดสีฟัน ทันตแพทย์จะวัดระดับสีฟันเดิมก่อนเริ่มขั้นตอน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบความแตกต่างหลังการฟอกฟันเสร็จสิ้น
- การป้องกันเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อน ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือช่วยเปิดริมฝีปากและทาสารป้องกันบริเวณขอบเหงือก เพื่อไม่ให้น้ำยาฟอกสีฟันไปสัมผัสกับเนื้อเยื่ออ่อนจนเกิดการระคายเคือง
- การลงน้ำยาฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะทาเจลฟอกฟันขาวลงบนผิวหน้าฟันให้ทั่วถึงในตำแหน่งที่ต้องการความขาว
- การใช้แสงกระตุ้นการทำงาน ใช้แสงพิเศษ เช่น เลเซอร์ หรือแสงเย็น (Cool Light) ฉายลงบนฟันเพื่อกระตุ้นให้เจลทำงานได้เต็มที่ โดยมักจะแบ่งการฉายเป็นรอบ รอบละประมาณ 15 นาทีตามดุลยพินิจของทันตแพทย์
- การทำความสะอาดและตรวจสอบผลลัพธ์ เมื่อครบเวลาจะทำการเช็ดเจลและสารป้องกันออกทั้งหมด จากนั้นจะทำการเทียบเฉดสีอีกครั้งเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลง รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำ
ขั้นตอนการฟอกฟันขาวแบบทำเองที่บ้าน
- การปรึกษาและพิมพ์ปาก เข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ปากสำหรับทำถาดฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล ซึ่งจะมีความพอดีกับช่องปาก ช่วยให้น้ำยาทำงานได้ทั่วถึงและปลอดภัยกว่า
- การรับอุปกรณ์และคำแนะนำ หลังจากได้ถาดฟันเฉพาะบุคคลแล้ว ทันตแพทย์จะจัดชุดน้ำยาฟอกสีฟันให้ตามความเข้มข้นที่เหมาะสม พร้อมสอนวิธีการป้ายน้ำยาและการใส่ถาดฟันที่ถูกต้อง
- การใช้งานจริงที่บ้าน ใส่ถาดฟันตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 4 สัปดาห์เพื่อให้สีฟันค่อย ๆ ปรับระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีดูแลฟันหลังฟอกสีฟัน
- ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรเลี่ยงไวน์แดง ชา กาแฟ และแกงที่มีส่วนผสมของขมิ้นหรือสีสันเข้มข้น
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันคราบใหม่ฝังลึก
- แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ หากทานอาหารที่มีสีให้รีบบ้วนปากหรือแปรงฟันทันที
- หากมีอาการเสียวฟันในช่วงแรก สามารถเลือกใช้ยาสีฟันสูตรลดการเสียวฟันเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายช่องปากมากขึ้น
การฟอกสีฟันมีผลข้างเคียงหรือไม่
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดคืออาการเสียวฟัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ทำหรือหลังทำเสร็จใหม่ ๆ อาการนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการทำงานของน้ำยาที่เข้าไปเปิดรูบนผิวฟันชั่วคราว โดยทั่วไปอาการจะหายไปเองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง การฟอกฟันที่ทำโดยทันตแพทย์จะไม่ส่งผลเสียต่อโครงสร้างฟัน ไม่ทำให้ฟันเปราะหรือบางลงอย่างที่หลายคนกังวล หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง
ฟอกฟันขาวแล้วจัดฟันใสได้ไหม

ฟอกฟันขาวแล้วจัดฟันใสได้ และไม่กระทบต่อการจัดฟันใส หากฟันและเหงือกมีสุขภาพแข็งแรงก่อนเริ่มรักษา การฟอกฟันขาวเป็นเพียงการปรับสีผิวฟัน จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการสแกนฟันและวางแผนการเคลื่อนฟันในขั้นตอนถัดไป อย่างไรก็ตาม หากฟอกฟันขาวแล้วมีอาการเสียวฟันชั่วคราว ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เว้นระยะเล็กน้อยก่อนเริ่มใส่เครื่องมือ
ควรฟอกฟันขาวก่อนหรือหลังจัดฟันใสดีกว่า
แนวทางที่ทันตแพทย์ Dr Clear Aligners แนะนำคือ รอให้ฟันเรียงตัวใกล้สมบูรณ์ หรือเสร็จสิ้นการจัดฟันก่อน แล้วจึงฟอกสีฟันเพื่อให้สารฟอกสัมผัสผิวฟันได้ทั่วถึงมากที่สุด แต่ในบางกรณีสามารถพิจารณาฟอกระหว่างการรักษาได้ หากมีเหตุผลด้านความสวยงามหรือแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ดังนั้นการประเมินร่วมกับทันตแพทย์ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลทั้งเรื่องการเรียงฟันและสีฟัน พร้อมลดความเสี่ยงของอาการเสียวฟันหรือการระคายเคืองที่ไม่จำเป็น
ฟอกสีฟันร่วมกับการจัดฟันใส ที่ Dr Clear Aligners
นวัตกรรมการดูแลรอยยิ้มที่ Dr Clear Aligners ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีการฟอกสีฟันและการจัดระเบียบฟัน โดยทันตแพทย์จะประเมินลำดับขั้นตอนให้เหมาะกับสภาพฟันของแต่ละคน เพื่อให้ทั้งการเรียงตัวและเฉดสีฟันออกมาสมดุล
ฟอกฟันขาวด้วยระบบ Pola Whitening
- เทคโนโลยีลดการเสียวฟัน มีส่วนประกอบของโพแทสเซียมไนเตรตและฟลูออไรด์ พร้อมทั้งมีปริมาณน้ำในตัวน้ำยาสูง ช่วยให้ฟันยังคงความชุ่มชื้น ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหรืออาการเสียวฟันระหว่างทำ
- ความปลอดภัยภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ การฟอกสีฟันด้วยน้ำยาสูตรเข้มข้นจะดำเนินการโดยทันตแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมกับสุขภาพช่องปากและระดับความเสียวฟันของแต่ละบุคคล
- ขาวทั่วถึงทุกซอกมุม การใช้ถาดฟอกสีฟันที่ออกแบบมาเฉพาะจะช่วยให้น้ำยากระจายตัวได้ทั่วถึงทุกผิวสัมผัสของซี่ฟัน
จัดฟันใสด้วยวัสดุและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงและโปร่งใส เครื่องมือผลิตจากวัสดุ Zendura FLX ซึ่งมีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษแต่ยังคงความทนทาน ทำให้สวมใส่สบาย ไม่ระคายเคืองช่องปาก และตัวเครื่องมือมีความใสแนบสนิทไปกับผิวฟัน
- การใช้เทคโนโลยีสแกนฟันแบบ 3 มิติ ขั้นตอนการออกแบบรอยยิ้มเริ่มต้นจากการใช้เครื่องสแกน 3 มิติที่มีความแม่นยำสูง เพื่อเก็บข้อมูลโครงสร้างฟันอย่างละเอียด ทำให้สามารถเห็นภาพจำลองทิศทางการเคลื่อนตัวของฟันและผลลัพธ์หลังการรักษาเสร็จสิ้นได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มใส่เครื่องมือ
- ระบบติดตามผลผ่านแอปพลิเคชัน DCA สามารถส่งรูปอัปเดตความคืบหน้าของฟันผ่านแอปพลิเคชันเพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจสอบได้โดยตรง ช่วยลดการเดินทางมาคลินิกโดยไม่จำเป็น แต่ยังคงได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและแม่นยำตามแผนที่วางไว้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฟอกฟันขาวทำให้ฟันบางลงหรือไม่
การฟอกฟันไม่ได้ทำให้ฟันบางลง สารฟอกขาวเพียงแค่เข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีในเนื้อฟันเท่านั้น จึงอาจมีอาการเสียวฟัน ทำให้เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะฟันบางลง
ฟอกฟันแล้วขาวอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยเฉลี่ยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 12 เดือน แต่อาจจะสั้นหรือยาวกว่านี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล
ฟอกฟันขาวข้อเสียมีอะไรบ้าง
ข้อจำกัดคืออาการเสียวฟันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ นอกจากนี้ผลลัพธ์ยังไม่ถาวร หากไม่ดูแลตัวเองฟันก็มีโอกาสกลับมาเหลืองได้อีกครั้งจากคราบอาหารที่ทานเข้าไปใหม่
สรุปบทความ
การเลือกฟอกฟันขาวเป็นวิธีการที่ช่วยปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นได้และมีความปลอดภัยหากอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ ไม่ว่าคุณจะเลือกทำที่คลินิกหรือใช้ชุดฟอกสีฟันที่บ้าน สิ่งสำคัญคือการมีวินัยในการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้รอยยิ้มสว่างสดใสอยู่กับคุณไปนาน ๆ
สนใจ ปรึกษาจัดฟันใสฟรี หรือ แอดไลน์ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ Line: @drclearaligner
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่


