ดัดฟันแบบใส VS จัดฟันเหล็ก แบบไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สุด

ฟันที่เรียงตัวอย่างสวยงาม เป็นพื้นฐานหนึ่งของการมีรอยยิ้มที่สวยสดใส ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้หลายเท่าตัว ฉะนั้นการเลือกประเภทการจัดฟันให้เหมาะสมกับตัวเองจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับใครหลาย ๆ คน เรามาดูกันดีกว่าว่า แล้วการดัดฟันแบบใสกับแบบเหล็ก แบบไหนดีกว่า ? ต่างกันอย่างไร ? และเหมาะกับใครบ้าง ?

ดัดฟันแบบใสคืออะไร?

การดัดฟันแบบใส คือนวัตกรรมทันตกรรมที่ใช้เทคโนโลยี 3 มิติ เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อน ฟันห่าง หรือสบฟันผิดปกติ โดยอุปกรณ์จัดฟันแบบใสจะเป็นแผ่นโพลีเมอร์บางเฉพาะบุคคล (Custom-made) ที่สามารถถอดได้และสังเกตเห็นได้ยากมาก เหมาะกับคนที่ต้องการจัดฟันโดยไม่ให้ใครรู้

หลักการทำงานคือ การสวมเครื่องมือครอบทับลงไปบนฟัน เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ทันตแพทย์ได้วางแผนไว้ คนไข้จะได้รับเครื่องมือจัดฟันใสเป็น “ชุด” (Set) และจะต้องเปลี่ยนเครื่องมือชิ้นถัดไปตามลำดับ เช่น ทุก 1-3 สัปดาห์ เพื่อให้ฟันขยับอย่างต่อเนื่องจนเรียงตัวสวยงาม

การจัดฟันแบบใสมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหากไม่สังเกตก็ไม่สามารถมองเห็นอุปกรณ์ในการจัดฟันได้อย่างชัดเจน และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จึงสามารถวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพฟันและสร้างพิมพ์ฟันได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดัดฟันแบบใสเหมาะกับใคร?

  • ดารา นักแสดง พิธีกร แอร์โฮสเตส หรือนักธุรกิจ ที่ไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือจัดฟันระหว่างทำงานหรือเข้าสังคม
  • ผู้ที่ไม่อยากให้การจัดฟันมาเป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหาร เพราะสามารถถอดเครื่องมือออกได้เองเมื่อต้องรับประทานอาหาร หรือแปรงฟัน ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาฟันไม่ซับซ้อน เช่น ฟันซ้อนเกเล็กน้อย ฟันห่าง หรือฟันสบกันผิดปกติในระดับที่ไม่รุนแรง ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินในส่วนนี้เอง
  • ผู้ที่เคยจัดฟันมาแล้ว แต่มีปัญหาฟันล้มจากการไม่ใส่รีเทนเนอร์ 
  • ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลามาตามนัดทุกเดือน

ข้อดีของการดัดฟันแบบใส

  • เครื่องมือมีลักษณะใส ทำให้มองเห็นได้ยาก ยิ้มได้อย่างมั่นใจแม้ในระหว่างการรักษา
  • สามารถถอดออกได้เมื่อรับประทานอาหาร ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเศษอาหารติดเครื่องมือ
  • เมื่อถอดเครื่องมือออก ก็สามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบระหว่างจัดฟัน
  • ลดการระคายเคือง ไม่มีเครื่องมือโลหะหรือลวดที่อาจทิ่มหรือเสียดสีกับกระพุ้งแก้มและเหงือก
  • เห็นแผนการรักษาล่วงหน้าจากเทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ ทำให้สามารถจำลองภาพการเคลื่อนที่ของฟันและเห็นผลลัพธ์สุดท้ายก่อนเริ่มการรักษาได้

ขั้นตอนการดัดฟันแบบใส

การจัดฟันแบบใสมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ทันตแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

  1. ประเมินสภาพฟัน โดยทันตแพทย์จะพิจารณาปัญหาการเรียงตัวของฟันว่ามีความซับซ้อนเพียงใด เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
  2. เคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน หรือผ่าฟันคุด
  3. สแกนฟัน 3 มิติ เพื่อวางแผนการรักษา และสร้างเครื่องมือจัดฟันใสตามแผนการรักษา
  4. รับอุปกรณ์ที่จัดทำมาเฉพาะแต่ละบุคคล และใส่เครื่องมือจัดฟันใส อย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปตามตำแหน่งที่กำหนด

การจัดฟันแบบใส ไม่จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์บ่อยทุกเดือน เนื่องจากสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ในการจัดฟันได้เองตามแผนการรักษา

ดัดฟันแบบใส VS จัดฟันเหล็ก ต่างกันอย่างไร?

เมื่อพูดถึงการจัดฟัน สองตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันก็คือ “การดัดฟันแบบใส” และ “การจัดฟันเหล็ก” ซึ่งทั้งสองวิธีต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือการทำให้ฟันเรียงตัวสวยงาม แต่กลับมี “วิธีการ” และ “ประสบการณ์” ในการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าแบบไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด เรามาดูความแตกต่างที่สำคัญในด้านต่าง ๆ กัน

วิธีการเคลื่อนที่ของฟัน

  • การจัดฟันใส มีการใช้นวัตกรรมใหม่เข้าร่วมในกระบวนการ เริ่มจากการสแกนช่องปากหรือ Intraoral Scanner ซึ่งเป็นเครื่องสแกน 3 มิติที่สามารถจำลองภาพฟันของคนไข้ขึ้นมา แล้วนำภาพสแกนที่ได้ไปจำลองการเคลื่อนที่ของฟัน เพื่อให้ผู้ชำนาญการวิเคราะห์และออกแบบแผนการรักษา และทำอุปกรณ์จัดฟันใสให้สัมพันธ์กับแผน โดยที่คนไข้จะใส่เครื่องมือจัดฟันใสที่ถูกทำขึ้น เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปตามแผนการรักษาที่ถูกวางไว้
  • การจัดฟันเหล็ก ทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาโดยมองจากแบบพิมพ์ฟัน และประเมินว่าควรติดเหล็กจัดฟันที่ตำแหน่งใดของฟัน หลังจากนั้นจึงใส่ลวดเพื่อให้ฟันมีการเคลื่อนที่ โดยภาพรวมแล้วการเคลื่อนที่ของฟันจะเป็นแบบ Pulling Force (แรงดึงที่กระทำต่อฟัน) ส่งผลให้ฟันแบะออก หรือผายออก ภายใต้การควบคุมที่เหมาะสมของทันตแพทย์

ระยะเวลาในการรักษา

การจัดฟันใส แบ่งได้เป็น 2 กรณี

  • การจัดฟันใสที่ไม่มีการถอนฟัน สำหรับคนไข้ที่มีฟันซ้อน เกเล็กน้อย เคยจัดฟันมาแล้ว หรือไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำการถอนฟันร่วมด้วย โดยส่วนมากจะใช้เวลาในการจัดฟันไม่เกิน 1 ปี
  • การจัดฟันใสที่มีการถอนฟัน ในกรณีที่ฟันของคนไข้มีการซ้อนเกมาก รูปปากยื่น และต้องมีการถอนฟันร่วมด้วย อาจจะใช้เวลาถึง 2 ปีในการจัดฟัน

การจัดฟันเหล็ก โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไข้ในการมาพบทันตแพทย์ตามเวลานัดหมายด้วย

ผลลัพธ์หลังจัดฟัน

สำหรับคนที่ลังเลว่าจะจัดฟันใสดีไหม หรือควรจัดฟันเหล็กดี เพราะไม่แน่ใจว่าแบบไหนดีกว่ากัน ในความเป็นจริงแล้วผลลัพธ์ของการจัดฟันทั้ง 2 แบบขึ้นอยู่กับการวางแผนการรักษา และการวินิจฉัยเคสโดยทันตแพทย์ แต่การจัดฟันใสอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับคนไข้ที่ไม่ได้มีปัญหาฟันซ้อนเกมาก เนื่องจากดูแลทำความสะอาดง่าย และสามารถออกงานสังคมได้อย่างสะดวก สำหรับคนไข้ที่ดูแลทำความสะอาดฟันได้ไม่ดี หลังจากการจัดฟันเหล็กแล้วอาจจะมีปัญหาฟันผุ หรือโรคเหงือกตามมาได้

ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ดัดฟันแบบใส กับ จัดฟันเหล็ก

สำหรับใครที่กำลังลังเลและไม่แน่ใจว่าเทคนิคการจัดฟันแบบใสหรือแบบเหล็กจะดีกว่ากัน ลองมาดูข้อดีและข้อเสียกันเลย

รูปแบบการจัดฟัน ข้อดี ข้อเสีย
แบบใส
  • สังเกตเห็นเครื่องมือจัดฟันได้ยากกว่า
  • สามารถใส่และถอดออกได้ง่าย
  • ทำความสะอาดง่าย
  • ไม่เกิดการระคายเคือง
  • ไม่ส่งผลต่อการพูด ออกเสียงได้เหมือนไม่ได้ใส่อุปกรณ์
  • ไม่เหมาะกับปัญหาฟันที่ซับซ้อน
  • ต้องมีวินัยในการใส่ เพราะต้องใส่เครื่องมืออย่างน้อยวันละ 20-22 ชั่วโมง เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่มายังตำแหน่งที่ต้องการ
แบบเหล็ก
  • เหมาะกับการจัดฟันที่มีความซับซ้อน
  • ราคาย่อมเยา
  • เห็นเครื่องมือจัดฟันที่ชัดเจน
  • เกิดการระคายเคืองต่อเหงือกและแก้มได้ง่าย
  • ทำความสะอาดยาก มักมีเศษอาหารติดตามเครื่องมือ

 

จัดฟันแบบไหนดี ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ?

หากสงสัยว่าจัดฟันใสดีไหม หรือจัดฟันแบบเหล็กจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราหรือไม่ ต้องบอกก่อนว่า การจัดฟันทั้งสองแบบจะเหมาะกับกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • การจัดฟันใส เหมาะกับบุคคลหลายกลุ่ม เช่น ดารา นักแสดง คนที่เป็นนักพูด กลุ่มคนมีอายุและไม่ต้องการมีเหล็กจัดฟันที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน รวมถึงกลุ่มคนที่ทำงานโดยต้องใช้การพูดเป็นหลัก
  • การจัดฟันเหล็ก เหมาะกับบุคคลที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องความสวยงาม ไม่กังวลเรื่องการทำความสะอาดฟันที่อาจจะต้องใช้เวลานานขึ้น หรือพูดง่าย ๆ คือเหมาะกับบุคคลที่มีไลฟ์สไตล์แบบสบาย ๆ

ข้อควรระวังระหว่างการจัดฟันใสกับจัดฟันเหล็ก

  • การจัดฟันใส ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการใส่ อย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน ควรถอดแค่เวลารับประทานอาหารและแปรงฟัน
  • การจัดฟันเหล็ก ควรมาพบทันตแพทย์ตามเวลาที่นัดหมาย ระวังเครื่องมือหลุดและควรปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เช่น การเกี่ยว Elastic (การเกี่ยวยาง)

จัดฟันแบบใสราคากี่บาท?

สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดฟันแบบใสจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปัญหาการเรียงตัวของฟัน ยี่ห้อของอุปกรณ์ โดยค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดฟันใสแบบ Clear Aligner จะอยู่ที่ 34,900 บาท

สรุปแล้ว การจัดฟันใส ดีไหม?

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นทางเลือกที่ดี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและความสะดวกสบายอย่างมาก สามารถแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ดัดฟันแบบใสใช้เวลารักษานานกว่าจัดฟันเหล็กจริงไหม?

ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส โดยส่วนใหญ่การดัดฟันแบบใสจะใช้เวลาสั้นกว่า เฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน – 2 ปี

ถ้าเคยจัดฟันเหล็กมาแล้ว สามารถเปลี่ยนมาดัดฟันแบบใสได้หรือไม่?

สามารถทำได้ และเป็นกรณีที่พบบ่อยมาก สำหรับผู้ที่เคยจัดฟันมาแล้วแต่ฟันล้ม หรือฟันเคลื่อนกลับเล็กน้อยเนื่องจากไม่ใส่รีเทนเนอร์ การจัดฟันใสเป็นตัวเลือกในการแก้ไขปัญหาฟันให้กลับมาเรียงสวย โดยไม่ต้องกลับไปติดเครื่องมือเหล็กอีกครั้ง

ค่าใช้จ่ายในการดัดฟันแบบใสสูงกว่าจัดฟันเหล็กมากไหม?

การจัดฟันแบบใสจะมีราคาสูงกว่าการจัดฟันเหล็ก เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ และการผลิตเครื่องมือเฉพาะบุคคลทุกชิ้น 

จัดฟันแบบใส กี่เดือนเปลี่ยน

ทันตแพทย์จะแนะนำให้คนไข้เปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันใสชุดใหม่ ทุก ๆ 10-15 วัน โดยไม่มีการแบ่งรูปแบบของอุปกรณ์ และใช้การสแกนฟันแบบ 3 มิติแทนการพิมพ์ฟัน

การจัดฟันใสมีข้อเสียอะไรบ้าง

การจัดฟันใส ข้อเสียที่ต้องพิจารณามีดังนี้

  • ต้องมีวินัยสูงมาก เพราะต้องใส่เครื่องมือ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน หากใส่ไม่ครบตามกำหนด ฟันจะไม่เคลื่อนตามแผน
  • ไม่เหมาะกับเคสที่มีปัญหาฟันซับซ้อนรุนแรง หรือต้องมีการเคลื่อนฟันในรูปแบบที่ยากมาก ๆ
  • ต้องถอดเครื่องมือออกทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม
  • เนื่องจากเป็นเครื่องมือแบบถอดได้ จึงมีความเสี่ยงที่จะทำหายได้ง่ายกว่าแบบติดแน่น

ทำไมต้องเลือกจัดฟันใสที่ Dr Clear Aligners ?

การจัดฟันแบบใสถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ อีกทั้งการใช้ชีวิตก็จะสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถรับประทานอาหารได้ง่าย ๆ เพียงแค่ถอดอุปกรณ์จัดฟันใสก่อนรับประทาน นอกจากนี้ การจัดฟันใสยังเจ็บน้อยถึงน้อยมาก เพราะเราใช้วิธีกรอฟัน IPR ช่วยเพิ่มระยะห่างของฟันให้สามารถเคลื่อนที่เข้าหากันได้โดยไม่ต้องถอนฟัน ไม่ต้องพักฟื้นและไม่มีอาการบาดเจ็บที่มากอีกด้วย

Dr Clear Aligners อุปกรณ์จัดฟันใส ใช้วัสดุคุณภาพพรีเมียม ในรูปแบบ Zendura FLX ที่โปร่งใส ยืดหยุ่น และมีน้ำหนักเบาเป็นอย่างมาก สามารถเคลื่อนฟันของผู้ที่จัดฟันใสให้เข้าที่ เรียงตัวสวย ได้ตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์ได้วางเอาไว้ โดยผ่านเทคโนโลยีทันสมัย รวมถึงได้รับการดูแลโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการจัดฟันใสโดยเฉพาะ

สนใจ ปรึกษาจัดฟันใสฟรี หรือ แอดไลน์ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ Line: @drclearaligner

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

Facebook
Twitter
Instagram

Line